ผู้นำอินโดนีเซียประกาศบรรลุเป้าหมายเศรษฐกิจให้ได้ในเทอมสอง

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโดของอินโดนีเซียรับปากว่า จะลดขนาดรัฐบาลให้คล่องตัวขึ้นและลดระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อบรรลุเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งไว้สูงให้ได้ในการบริหารประเทศสมัยที่สอง

ในงานเปิดตัว “วิสัยทัศน์อินโดนีเซีย 2045” ซึ่งเป็นโรดแมปการขึ้นเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับห้าของโลก มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ 7.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 232 ล้านล้านบาท) ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2588 ครบรอบ 100 ปีการเป็นประเทศเอกราช ประธานาธิบดีวิโดโดประกาศต่อผู้นำทางศาสนาจำนวนมากว่า จะตัดลดหน่วยงานรัฐบาลที่ไม่ทำให้เศรษฐกิจเติบโต เพราะยิ่งองค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้นเท่าไหร่ จะยิ่งบริหารงานได้เร็วขึ้น และตัดสินใจนโยบายต่าง ๆ ได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ขณะเดียวกันเขาจะมุ่งเน้นเรื่องเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงทรัพยากรมนุษย์

ประธานาธิบดีวิโดโดกล่าวว่า เขาพยายามทำให้การทำธุรกิจในอินโดนีเซียมีความง่ายขึ้นตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในปี 2557 แต่นักลงทุนยังคงรู้สึกว่ามีอุปสรรคในการสู่ธุรกิจบางอย่างอยู่ เช่น การลงทุนตั้งโรงไฟฟ้าต้องขอใบอนุญาตทั้งหมด 259 ใบ รัฐบาลของเขาได้ลดลงเหลือ 58 ใบแล้ว แต่ก็ยังถือว่ามากเกินไป เขาต้องการลดให้เหลือแค่ 5 ใบเท่านั้น เขารู้สึกหงุดหงิดมากที่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เห็นอยู่ทนโท่ ผู้นำอินโดนีเซียวัย 57 ปี กล่าวว่า การจะบรรลุเป้าหมายเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่อันดับห้าของโลกภายในปี 2588 เศรษฐกิจจะต้องโตเฉลี่ยร้อยละ 5.7 ต่อปี สูงกว่าห้าปีที่ผ่านมาที่โตเฉลี่ยร้อยละ 5 ต่อปี

ประธานาธิบดีวิโดโดชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 17 เมษายนตามที่สำนักสำรวจเอกชนคำนวณจากตัวอย่างคะแนนเสียง แต่ผลอย่างเป็นทางการจะประกาศในวันที่ 22 พฤษภาคม คนสนิทเผยว่า เขาจะสานต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจขนานใหญ่ในการดำรงตำแหน่งวาระสองที่จะสิ้นสุดในปี 2567 ด้วยการปรับปรุงบรรยากาศการลงทุนครั้งสำคัญ แต่หลายคนตั้งข้อสงสัยว่าเขาจะสามารถจัดการกับกลุ่มผลประโยชน์ทรงอิทธิพลและปรับเปลี่ยนระบบราชการอุ้ยอ้ายที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปได้อย่างไร